ซ่อมหลังคาโรงงาน

เปรียบเทียบ 5 วิธีนิยมในการซ่อมและปรับปรุงหลังคาโรงงานอุตสาหกรรม [ข้อดี ข้อเสีย]

5 วิธีนิยมในการซ่อมหลังคาของโรงงานอุตสาหกรรม พร้อมข้อดีข้อเสียแบบตรงไปตรงมา
Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

สวัสดีค่ะ ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจกับ 5 วิธียอดฮิตในการซ่อมและบำรุงรักษาหลังคาโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับท่านที่กำลังวางแผนปรับปรุงหลังคาก่อนเข้าสู่หน้าฝน บอกเลยว่าห้ามพลาดบทความนี้นะคะ

โดยทั่วไปแล้วหลังคาของโรงงานอุตสาหกรรมจะเริ่มมีการเสื่อมสภาพและเกิดปัญหารั่วซึมตั้งแต่ปีที่ 5 ขึ้นไป สาเหตุการเสื่อมสภาพของหลังคาสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเกิดจากสภาพแวดล้อม การเลือกใช้วัสดุหลังคาที่ไม่มีคุณภาพ การติดตั้งที่ไม่เชี่ยวชาญ หรือการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

ทั้งนี้ หากปล่อยไปและไม่รีบแก้ไข โรงงานของคุณอาจจะไม่จบแค่ที่ปัญหาน้ำรั่วแต่อาจจะเกิดปัญหาเรื้อรังตามมาได้ เช่น เครื่องจักรและสินค้าเสียหาย ปูนแตกร้าว เหล็กขึ้นสนิม ฯลฯ และเมื่อคุณรู้ตัวอีกที การเปลี่ยนหลังคาใหม่ทั้งหมดอาจจะเป็นแค่ตัวเลือกเดียวที่คุณมีอยู่ก็เป็นได้ คุณคงไม่อยากให้ถึงวันนั้นใช่ไหมคะ?

ทังนี้ เราได้รวบรวม “5 ทางเลือก” ที่นิยมที่สุดในการซ่อมและปรับปรุงหลังคาสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ รวมถึงข้อดีข้อเสียอย่างตรงไปตรงมา เพื่อที่จะให้คุณนำไปปรับใช้ได้กับโรงงานของคุณเอง

1. ซ่อมหลังคาแบบเป็นจุดๆ ด้วยวัสดุกันซึมและซิลิโคน (Repair)

วิธีที่นิยมที่สุดเมื่อเกิดปัญหารั่วซึมคือการเรียกช่างมาซ่อมเป็นจุดๆ โดยช่างส่วนใหญ่จะนำวัสดุจำพวกซิลิโคนหรือวัสดุกันซึมเข้ามาโป๊วปิดหรือทาเพื่อสมานในจุดที่รั่วหรือตามหัวน็อตที่เสื่อมสภาพ เรียกได้ว่าเป็นวิธีการซ่อมแซมหลังคาโรงงานที่มีราคาถูก ใช้เวลาน้อย และแก้ปัญหาน้ำรั่วได้เร็วทันใจ

อย่างไรก็ตาม วิธีเหล่านี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาแบบ “ปฐมพยาบาล” เท่านั้น คือจะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อไม่ให้น้ำที่รั่วลงมาส่งผลเสียต่อเครื่องจักรและกระทบการผลิตอย่างชั่วคราว แต่เมื่อเวลาผ่านไป วัสดุเหล่านี้จะเริ่มเสื่อมและหลังคาของคุณก็จะกลับมารั่วใหม่ในจุดเดิมได้ อีกทั้งหากหลังคาของคุณมีปัญหาน้ำรั่วอย่างรุนแรง วัสดุกันซึมพวกนี้ก็อาจจะเอาไม่อยู่และถือว่าเสียเงินเปล่าในการซ่อมแซม

สรุปข้อดี-ข้อเสียของการซ่อมหลังคาด้วยวัสดุกันซึม

ข้อดี

  • ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ
  • เป็นวิธีที่รวดเร็วและแก้ปัญหาน้ำรั่วซึมได้ในทันที

ข้อเสีย

  • เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและชั่วคราวเท่านั้น เมื่อวัสดุกันซึมเสื่อมสภาพ จะทำให้เกิดการรั่วซ้ำที่จุดๆ เดิม
  • บริเวณที่ไปทากันซึมอาจมีสีที่ไม่เหมือนกัน เกิดความไม่สวยงาม

2. ปูทับหลังคาทับแบบดับเบิ้ลรูฟ (Double-Roof)

การปูทับหลังคาแบบดับเบิ้ลรูฟ Double Roof

แล้วหากสภาพหลังคาของคุณมันเสียหายเกินกว่าที่จะซ่อมเป็นจุดๆ ได้ล่ะ? หลายโรงงานอาจจะเลือกวิธีการปูทับหลังคาซ้อนทับแบบ Double Roof คือการปูทับหลังคาใหม่ทับบนหลังคาเดิม (ที่มีความเสียหายหรือเสื่อมสภาพ) โดยใช้แผ่นหลังคาเมทัลชีทนั่นเอง

การปูทับหลังคาแบบ Double Roof เหมาะกับอาคารและโรงงานขนาดใหญ่ที่หลังคามีความเสียหายและจุดรั่วซึมมาก ทำให้หาสาเหตุการรั่วได้ยาก ประกอบกับโรงงานไม่สามารถหยุดไลน์การผลิตเพื่อเปลี่ยนหลังคาได้เนื่องจากการต้องมีการรื้อถอนหลังคาเก่าและระยะเวลาการติดตั้งที่นาน

วิธีการติดตั้งหลังคา Double Roof คือจะใช้วิธีเสริมอุปกรณ์รองรับกับหลังคาเก่าเพื่อยึดหลังคาใหม่กับโครงสร้างหลังคาเดิม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนติดตั้งเลยคือต้องเช็คโครงสร้างของอาคารเดิมด้วยว่าสามารถรับน้ำหนักเพิ่มได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงคำนึงถึงการต่อเติมในอนาคตด้วย เช่น หากโรงงานมีแพลนในการติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ ก็อาจจะไม่เหมาะกับการปูทับหลังคาแบบ Double Roof เนื่องจากจะเพิ่มน้ำหนักให้ตัวโครงสร้างอีกเท่าตัว

ข้อเสียอีกอย่างคือเนื่องจากวัสดุเป็นเมทัลชีทซึ่งดูดความร้อนได้ วิธีแก้ที่นิยมคืออาจจะต้องบุฉนวน PU กับแผ่นเมทัลชีทก่อนปูทับหลังคา

สรุปข้อดี-ข้อเสียของการปูทับหลังคาแบบ Double Roof

ข้อดี

  • เป็นการปูทับหลังคาเก่าทั้งผืน จึงสามารถครอบคลุมจุดรั่วได้หมด
  • ติดตั้งได้เร็ว ไม่ต้องรื้อหลังคาเก่าออกและหยุดไลน์การผลิตเหมือนการเปลี่ยนหลังคาใหม่

ข้อเสีย

  • เพิ่มน้ำหนักให้กับตัวโครงสร้างของอาคาร
  • เมทัลชีทอาจเพิ่มอุณหภูมิให้กับตัวอาคาร

3. การเปลี่ยนหลังคาใหม่ (Re-Roof)

การรื้อหลังคาเก่าและติดตั้งหลังคาใหม่เหมาะกับหลังคาโรงงานที่มีความเสียหายและจุดรั่วซึมมากเกินกว่าที่วิธีซ่อมแซมทั่วไปจะแก้ไขได้ ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมาใช้เป็นหลังคาใหม่ในประเทศไทยปัจจุบันคือเมทัลชีท เนื่องจากมีราคาที่ถูก มีน้ำหนักเบา และอายุการใช้งานที่นานกว่าหลังคากระเบื้อง 

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียที่เด่นชัดเลยก็คือการนำความร้อน ดังนั้นปัจจุบันโรงงานต่างๆ จึงนิยม “หลังคาแซนวิช” หรือหลังคาเมทัลชีทแบบบุฉนวน ประกอบไปด้วยแผ่นเมทัลชีทด้านบนสุด วัสดุฉนวนกันความร้อนตรงกลาง (PU, PS, PIR) ที่นอกจากจะช่วยลดอุณภูมิแล้วยังมีคุณสมบัติช่วยดูดเสียง ป้องกันการซึมของน้ำ และทนทานต่อสารเคมี แตกต่างไปตามวัสดุที่เลือกใช้ ส่วนชั้นล่างสุดก็จะเป็นวัสดุสำหรับห่อหุ้มปิดผิวด้านใต้ ที่นิยมใช้ก็เช่น อลูมิเนียม ฟอยด์, ไวนิล พีวีซี, และเมทัลชีทแบบอลูซิงค์

การเปลี่ยนหลังคามักจะเป็นทางเลือกสุดท้ายของผู้ประกอบการ เพราะนอกจากจะมีต้นทุนที่สูงมากแล้วยังจำเป็นต้องรื้อหลังคาเดิมออก โรงงานต้องหยุดไลน์ผลิตเพื่อความปลอดภัย ทำให้ส่งผลกระทบต่อความล่าช้าในการผลิต 

สรุปข้อดี-ข้อเสียของการเปลี่ยนหลังคา

ข้อดี

  • แก้ไขปัญหาได้ทั้งเรื่องหลังคาเสื่อมสภาพ รั่วซึม และปัญหาความร้อน
  • ไม่เกิดปัญหาเรื่องเพิ่มน้ำหนักโครงสร้างเหมือนแบบการปูทับหลังคาแบบ Double Roof
  • เกิดความสวยงามทั้งภายนอกและภายใน

ข้อเสีย

  • มีค่าใช้จ่ายที่สูง
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการรื้อถอนหลังคาเดิม
  • ต้องหยุดไลน์การผลิตและกิจกรรมภายในโรงงานสำหรับการติดตั้ง
  • การติดตั้งมีระยะเวลาที่ยาวนาน

4. FRP Lining หรือ การเคลือบหลังคาด้วยไฟเบอร์กลาส

เคลือบหลังคา FRP

การเคลือบหลังคาด้วยไฟเบอร์กลาส (Fiberglass Reinforced Plastics หรือ FRP) คือการนำวัสดุประเภท Plastic Polymer มาเคลือบกับใยแก้วแบบต่างๆ นิยมนำไปเคลือบบนพื้นผิวของหลังคาเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับตัววัสดุเดิมที่เกิดความเสียหาย ร้าว หรือแตกหัก รวมถึงยังมีคุณสมบัติที่ทนทานต่อการผุกร่อน เป็นฉนวนไฟฟ้า ไม่เป็นสนิม และทนทานต่อสารเคมีที่หลากหลาย นอกจากหลังคาแล้ว FRP ยังนิยมใช้ในการเคลือบบ่อน้ำดี บ่อน้ำเสีย แท็งก์น้ำ ตลอดจนพื้นที่ที่ต้องทนกรดและด่างบ่อยๆ อีกด้วย 

จุดดีของการเคลือบ FRP คือเป็นวัสดุเสริมแรง ช่วยให้หลังคาโรงงานมีความแข็งแรง ทนทาน และยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น สามารถป้องกันการรั่วซึมได้ อย่างไรก็ตาม การเคลือบด้วยไฟเบอร์กลาสเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยเรื่องกันความร้อนมากนัก 

เนื่องจาก FRP เป็นวัสดุที่มีความซับซ้อนทางเคมีเป็นอย่างมาก จึงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้พื้นผิวที่เคลือบไปเกิดการร้าวหรือแตกได้

สรุปข้อดี-ข้อเสียของการเคลือบ FRP

ข้อดี

  • เพิ่มความแข็งแรงและทนทานให้กับวัสดุหลังคาเดิม
  • ช่วยยืดอายุการใช้งานของหลังคาเก่า
  • ป้องกันการรั่วซึมได้ระดับนึง
  • ติดตั้งได้ทุกสภาพพื้นผิว

ข้อเสีย

  • มีราคาค่อนข้างแพง
  • ไม่ช่วยเรื่องกันความร้อน
  • ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง

5. หลังคาโฟม 3 ชั้น “โสะเซ” (SOSEI)

ฉนวนหลังคา 3 ชั้นโสะเซ (SOSEI) ชนิดพ่น

“โสะเซ” (SOSEI) เป็นวิธีการซ่อมแซมและบำรุงรักษาหลังคาด้วยการขึ้นรูปหลังคาใหม่บนหลังคาเดิมโดยกรรมวิธีการพ่น 3 ชั้น ทำให้ได้แบบหลังคาแบบไร้รอยต่อ แก้ปัญหาน้ำรั่วซึม ปัญหาความร้อน และปัญหาหลังคาอื่นๆ 

กล่าวคือจะเป็นการใช้สารฉีดพ่น 3 ชนิดทับลงไปบนพื้นผิวของหลังคารวมถึงข้อต่อต่างๆ บนหลังคาให้เป็นพื้นผิวเดียวกันทั้งหมดแบบไร้รอยต่อ เพื่อครอบคลุมจุดเสี่ยงต่อการเกิดการรั่วซึมทั้งหมด โดยแต่ละชั้นจะมีคุณสมบัติดังนี้

ชั้นที่ 1: ชั้นฉนวนกันความร้อน

ทำหน้าที่เป็นตัวยึดเกาะตัวโสะเซกับพื้นผิวหลังคาเดิม รวมถึงเป็นฉนวนความร้อนที่สามารถลดอุณหภูมิใต้หลังคาได้มากสุดถึง 8 – 15 องศาเซลเซียส 

เป็นฉนวนความร้อนชนิดที่ฉีดพ่นบนหลังคาได้ ทำให้สามารถป้องกันฉนวนเสื่อมและหลุดลงมาเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่ในอาคาร วิธีนี้จะแตกต่างจากฉนวนชนิดทั่วไปที่นิยมฉีดใต้หลังคา

ชั้นที่ 2: ชั้นกันน้ำและเสริมความแข็งแรง

มีคุณสมบัติเสริมความแข็งแรงให้กับตัววัสดุหลังคาเดิมเนื่องจากชั้นนี้สามารถยืดหยุ่นได้ถึง 300% และมีคุณสมบัติกันน้ำได้ถึง 100% ช่วยแก้ปัญหารั่วซึมที่เกิดขึ้น รวมถึงป้องกันจุดที่มีความเสี่ยงในอนาคต

สารชั้นที่ 2 มีคุณสมบัติอยู่ตัวได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาทีหลังพ่น ดังนั้นจึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญในการพ่นเป็นอย่างมากเพื่อให้สารจับตัวกับสารชั้นแรกได้อย่างแนบสนิทและเรียบเป็นแผ่นเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ ไม่ให้เกิดปัญหาน้ำรั่วซึมและก่อให้เกิดน้ำขังในโครงสร้าง

ชั้นที่ 3: ชั้นสะท้อน UV และชั้นสี

ชั้นบนสุดมีหน้าที่ป้องกันชั้นที่ 1 และ 2 จากการเสื่อมสภาพจากรังสียูวีเนื่องจากมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน รวมถึงเป็นชั้นสีที่คุณสามารถเลือกได้ตามใจชอบ

สรุปข้อดี-ข้อเสียของหลังคาโฟม SOSEI

ข้อดี

  • แก้ได้ทั้งปัญหาน้ำรั่วและความร้อน
  • หมดปัญหาแร่ใยหินและฉนวนที่อาจตกลงมา ส่งผลต่อสุขภาพคนงาน
  • ติดตั้งได้เร็ว โรงงานไม่ต้องหยุดไลน์การผลิต
  • ไม่เพิ่มน้ำหนักให้กับตัวโครงสร้างอาคาร
  • ติดตั้งได้ทุกสภาพพื้นผิว

ข้อเสีย

  • ราคาสูง
  • ต้องติดตั้งทั้งผืนหลังคา
  • อาศัยความชำนาญและเทคนิคในการฉีดพ่น

สรุป

เนื่องจากมีวิธีซ่อมและบำรุงรักษาหลังคามีมากมายในตลาด ผู้ประกอบการจึงต้องคำนึงถึงสภาพหลังคาและจุดประสงค์ในการซ่อมแซม รวมถึงการเลือกช่างและผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำซ้อนในอนาคต

ท้ายสุดนี้ หากคุณกำลังมองหาโซลูชั่นแก้ปัญหาหลังคาโรงงาน อาคาร หรือโกดังได้อย่างยั่งยืน จบ ครบทุกวงจร สามารถติดต่อพวกเรา Toyokoh ได้เลยนะคะ

แหล่งอ้างอิง

https://www.cj.co.th/pu-foam

https://www.gencon.co.th/products-frp-lining.php

หลังคาบ้านรั่วซึม
B2C
kanyakorn

ปัญหาหลังคาบ้านรั่วเรื้อรังเกิดจากอะไร? มีวิธีแก้ยังไงได้บ้าง

ปัญหาหลังคาบ้านรั่วซึมเรื้อรัง ซ่อมเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด รู้สาเหตุที่ทำให้หลังคาบ้านรั่ว พร้อมวิธีแก้ไขอย่างยั่งยืน

Read More »